คือ...บททดสอบชีวิต
posted on 01 Nov 2009 19:12 by sandglass-writings in Life
ช่วงที่ผ่านมา ได้ผ่านพ้นเรื่องราวมากมายหลายเรื่อง ทั้งดีและร้าย
ก็เหมือนกับในหลายจังหวะชีวิตที่เคยเป็น... ที่เคยผ่าน...
แต่ช่วงเดือนล่าสุด...
หลายสิ่งหลายอย่างเหมือนเป็นบททดสอบที่หนักหน่วง
จนทำให้รู้สึกว่ามันคือช่วงแห่งบททดสอบชีวิตบทหนึ่ง
ทั้งการสอบอันโหดร้ายเรื่องระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจ ในวิชาสรีรวิทยา ที่เพิ่งสอบไปเมื่อวันศุกร์
ซึ่งที่จริงๆแล้วพบว่าข้อสอบไม่ยากเท่าที่วาดภาพไว้แต่...เตรียมตัวไม่ถูกจุด
เพราะเน้นตามกระแสมากเกินไป เลยทำข้อสอบไม่ได้ (แม้จะไม่ยากเท่าที่คิด)
เป็นเรื่องน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง เพราะตั้งใจจะทำคะแนน "เรื่องหัวใจ" ให้ดีไว้
เพราะเคยสนใจด้านนี้มากเหมือนกัน
แต่ถึงข้อสอบจะตรงแนวตามที่ได้ยินได้ฟังมา ก็ทำไมได้อยู่ดี เพราะจะยากมากและต้องใช้ความคิดความเข้าใจเยอะ
ซึ่งเรายังไม่แม่นยำในเนื้อหามากพอ รูว่ายังเตรียมตัวได้ไม่ถึงที่สุด จนรู้สึกท้อใจในบางเวลา...
อีกทั้งการสอบภาคปฏิบัติที่มีจำนวนข้อไม่มาก แต่ก็ยาก และเป็นไปในรูปแบบแลบกริ๊ง
การสอบวัดความดัน ที่ตอนแรกรู้สึกว่าพอควบคุมสถานการณ์ได้ไหว ทำไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ภายในเวลา 3 นาทีนั้น กลับเป็นว่าเราพลาดเอาตอนปล่อยลมออกจากถุงลม โดยปล่อยเร็วเกินไป เพราะปุ่มหมุนหลวมมาก เลยกะไม่ถูก แค่มือโดนนิดเดียวก็ไปหมดแล้ว... เลยต้องทำใหม่ด้วยอาการรน หัวใจเต้นแรงขึ้น จนสั่นเลย...
รู้สึกว่าทำได้ไม่ดีพอ จนตอนนั้นอยากร้องไห้ออกมา...
แต่เมื่อการสอบเสร็จสิ้นลงก็พบว่ามีผู้ร่วมเดินทางจำนวนมากที่รู้สึกแย่ไม่ต่างกัน
น้ำตาที่ใกล้จะเอ่อล้นออกมากลับแห้งเหือดหายไป
สอบเสร็จจะว่าโล่งใจก็โล่ง แต่กลับไม่ได้มีอารมณ์รู้สึกว่าอยากจะปลดปล่อยทำอะไรเป็นพิเศษ นอกจากการนั่งพักเงียบๆ อ่านหนังสือผ่อนคลายอารมณ์สักหน่อย เขียนเรื่องราวต่างๆที่เก็บสะสมไว้ในใจในช่วงเวลาที่ผ่านมา...
กลับมาถึงห้องก็เลยหยิบหนังสือ "อาจารย์ในร้านคุ้กกี้" ของคุณนิ้วกลมที่ไปซื้อมาจากงานหนังสือขึ้นมาห่อปกพลาสติกซะ...
แล้วก็ออกไปกินไอศครีมที่ท่าพระจันทร์กับเพื่อนรัก
จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่กาญจนบุรี...
ความรู้สึกผ่อนคลายที่เกิดขึ้นจนสัมผัสได้ชัดเจนกลับเป็นตอนที่ได้ตั๋วรถ ป.อ.และขึ้นไปบนรถเรียบร้อยแล้ว
ตอนนั้นเราขึ้นไปบนรถเป็นคนแรกเลย พอได้ที่นั่งก็วางข้าวของลงแล้วหยิบหนังสือ "อาจารย์ในร้านคุ้กกี้" ขึ้นมาวางข้างตัวเตรียมเปิดอ่าน แต่ก็ไม่ลืมจะหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนความรู้สึกสำคัญในวินาทีนั้นก่อน
การที่เราได้วางข้าวของที่หิ้วติดตัวมา และทิ้งกายลงนั่ง... แล้วรู้สึกผ่อนคลายเป็นที่สุดในวินาทีนั้น
เกิดข้อคิดอะไรบางอย่างขึ้นแก่หัวใจ...
ถ้าไม่ได้แบกของหนัก ก็จะไม่ได้รู้ว่าเมื่อวางของนั้นลงแล้วมีความสุขเพียงใด
ช่วงเวลาและเหตุการณ์ธรรมดาๆ ก็จะเป็นเหตุการณ์ธรรมดาๆอย่างนั้น และอาจน่าเบื่อในบางเวลา
ทั้งที่บางครั้ง... เมื่อเราได้ผ่านพ้นอะไรหนักๆมา เรื่องธรรมดาๆกลับกลายเป็นความสุขไปได้...
เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถกลับบ้านตอนเย็นๆ
มันก็ให้อารมณ์ความรู้สึกดีๆไปอีกแบบ แสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆลาลับไปนั้นบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของภาระหน้าที่และความเหน็ดเหนื่อยทั้งปวงในวันนั้น ถึงเวลาพักของหัวใจทุกดวง
สังเกตได้ว่าทุกคนบนรถมุ่งสู่จุดหมายปลายทางด้วยอารมณ์คล้ายๆกันคือ
อยากกลับไปพักใจ...
กลับไปพบหน้าครอบครัวและคนรัก...
อีกบททดสอบในช่วงที่ผ่านมาคงเป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่ภายในใจเรา
ความรู้สึกที่แสนพิเศษบางอย่างที่เราทำได้เพียง "รู้สึก" แต่ไม่อาจมี "การกระทำ" ใดๆเกิดขึ้น
จึงบอกกับตัวเองให้ "รอคอย" ที่จะมี "โอกาส" และ "จังหวะ" มาตลอด
แต่วันคืนผ่านผัน กาลเวลาเปลี่ยนเวียนหมุนไป
เพียงแค่ไม่นานนัก กลับรู้สึกว่า มันช่างยาวนานเหลือเกิน และดูจะไม่มีวี่แววตัวตนของ "โอกาสที่เฝ้ารอ" อยู่เลย
จากที่คิดในแง่บวกกับการรอคอย (เหมือนที่ได้เขียนไว้ใน entry ที่แล้ว)
กลับเริ่มคิดฟุ้งซ่านและท้อถอยในบางเวลา แต่จนวันนี้ก็ยังยืนยันที่จะ "รอคอยต่อไป"
มันเป็นบททดสอบของจิตใจเราเองที่จะทนรอคอยอย่างเป็นสุขได้มากน้อยแค่ไหน...
ขณะเดียวกันเราก็ต้องการทดสอบว่าตัวเอง "จริงจัง" กับ "ความรู้สึกพิเศษ" นี้มากแค่ไหน หรือแค่สร้างภาพ สร้างความรู้สึกขึ้นมากับจิตใจตัวเอง...
แต่เหมือนว่า...กี่วันผ่านไป ใจก็ยังเหมือนเดิม ความรู้สึกไม่จางไปเสียที
จะมีก็แต่รู้สึกร้อนรนอยากให้โอกาสนั้นมาถึง...ทั้งที่บางที อาจได้แค่อยู่กับจินตนาการแห่งการรอคอย...
บอกกับตัวเองว่า...ถ้าเหนื่อยจนไม่ไหวแล้วก็จะหยุด
ถ้าถึงวันนั้นก็จะหยุดจริงๆนะ
นี่แหละ...บททดสอบชีวิตบทหนึ่ง
ป.ล.เรื่องดีๆที่น่าจดจำในช่วงที่ผ่านมาคือ วันเกิดปีนี้ ระหว่างอ่านหนังสือสอบกันอยู่ ตอนแรกเห็นรุ่นพี่มีเซอร์ไพร้ส์วันเกิดให้เพื่อนใต้หอ ช. เหมือนกัน แค่เห็นก็รู้สึกดี ที่มีคนเกิดวันเดียวกัน และทำให้ดูเป็นวันเกิดที่คึ้กคักเป็นพิเศษ ดูไม่เหงาดี สักพักเพื่อนสนิทก็เอาของขวัญมาเซอร์ไพร้ส์ ทั้งที่จริงไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เพราะรู้ว่าวุ่นวายกับการสอบกันอยู่... แต่ก็ทำให้รู้สึกดีได้มากจริงๆ ขอบคุณเพื่อนรักมากจ้ะ
และพอกลับขึ้นหอก็เจอของขวัญวางอยู่ที่หัวเตียง ขณะที่รูมเมทหลับไปแล้ว แกะดูก็เป็นหนังสือการ์ตูน! "การ์ตูนไอ้แป้น"... รู้สึกถูกอกถูกใจมากเหมือนกัน ขอบคุณรูมเมทที่น่ารักอีกเช่นกัน นอกจากนั้นแล้วยังต้องขอบคุณพี่รหัสและน้องรหัสที่พากันซื้อหนังสือให้คนละเล่ม ซึ่งตอนแรกน้องรหัสจะซื้อ "อาจารย์ในร้านคุ้กกี้" ให้แต่เผอิญเราเพิ่งไปซื้อมา... รักสายรหัสจัง ^^

..ค่ะ
#1 By ●•♪ Enjoy Life Aum ๓๖๕ Day ●•♪ on 2009-11-01 20:32