หายหน้าหายตาไปจากบล็อกนี้เนิ่นนาน...
(นับตั้งแต่ที่มาเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราว)
ทั้งที่จริงช่วงที่ผ่านมาก็เป็นช่วงที่ถือว่าว่างพอสมควร
แต่อาจเพราะว่าง...จนไม่มีอะไรพิเศษให้เก็บเอาไว้
บวกกับภาวะจิตใจที่อ่อนแอ คิดวนไปเวียนมากับบางเรื่องราว
เลยรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรสร้างสรรค์จะเขียน...

ช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมา...
ชีวิตการเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสี่ของเราได้เริ่มต้นขึ้น
วอร์ดแรกที่ขึ้นเป็นวอร์ดไมเนอร์ คือ วอร์ดรังสี 3 อาทิตย์
ตามด้วยเวชศาสตร์ป้องกันอีก 3 อาทิตย์
นับได้ว่าเป็นวอร์ดที่สบายที่สุดสำหรับชีวิตปีสี่แล้ว (ซึ่งกำลังจะผ่านไป
และเข้าสู่ช่วงที่หนักขึ้นเดือนหน้า)
ในขณะที่เพื่อนๆที่ขึ้นวอร์ดอื่น ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
มีภาระหน้าที่มากมาย ต้องตื่นแต่เช้าขึ้นไปราวน์วอร์ด รับเคสเขียนรายงาน
กว่าจะลงมาก็ทุ่มสองทุ่มแล้วก็มี เริ่มไม่ได้เจอหน้าเพื่อนๆเหมือนเคย
...ช่วงแรกที่เรียนรังสีวินิจฉัย เป็นการเรียนเลคเชอร์โดยส่วนมาก
ส่วนหนึ่งเรียนจากอาจารย์ อีกส่วนหนึ่งเป็นการทบทวนบทเรียนด้วยตัวเอง
รู้สึกว่ามีช่วงว่างมาก แต่ก็มีเวลาให้ฟุ้งซ่านมาก เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกกำลังอ่อนแอ
จะออกไปหาอะไรทำก็ไม่มีกะจิตกะใจ บวกกับไม่มีเพื่อนร่วมก๊วนอยากออกไปด้วยกันเท่าไร
(เหมือนหลายครั้งในช่วงเวลานี้ ที่เปลี่ยนผ่านสู่เส้นทางใหม่ๆ ไกลห่างจากบางสิ่งไป)
พอเปลี่ยนมาเรียนรังสีรักษาแล้ว ถึงได้เริ่มมีโอกาสได้ขึ้นราวน์วอร์ด
ได้รับเคสผู้ป่วย พบผู้ป่วยและเรียนรู้เล็กๆน้อยๆ ซึ่งทำให้รู้สึกตื่นตัว กระตือรือร้นมากขึ้น
เจอแฟ้มประวัติผู้ป่วยครั้งแรกถึงกับทำอะไรไม่ถูก เรียงลำดับไม่ได้
พบตัวย่อภาษาอังกฤษมากมาย ที่ช่วยกันแกะความหมายกับเพื่อนๆ
แต่พอให้เวลากับมัน (โชคดีที่มีเวลาไม่อั้น) อ่านทั้งแฟ้มประวัติอย่างละเอียด...
ก็ทำให้รู้สึกว่าพอเข้าใจ ลำดับเหตุการณ์ได้บ้าง ค่อยยังชั่วที่รู้สึกว่าทำอะไรเป็นบ้าง
หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยกับผู้ป่วย ตรวจร่างกายบางส่วนอย่างไม่ค่อยชำนาญ
แต่นับได้ว่าการได้อยู่วอร์ดนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้เราได้ค่อยๆขยับระดับไป
มากกว่าจะต้องปรับตัวปุบปับจนเหน็ดเหนื่อย...
แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะต้องฟุ้งซ่านมากก็ตาม แต่ถ้าขึ้นวอร์ดหนักแล้วเจอเรื่องอื่น
ไม่รู้เหมือนกันว่าใจมันจะทรุดโทรมไปมากๆ หรือว่าจะมีอะไรให้ทำจนไม่ต้องมาฟุ้งซ่านเรื่องเก่า

วันที่ต้องไปดิสคัสเคสผู้ป่วยที่รับ(เป็นกลุ่ม)กับอาจารย์ก็ไปแบบไม่ตั้งตัวนิดหนึ่ง
เพราะเกิดข้อผิดพลาดในการนัดเวลา ก็พาให้รู้สึกว่ายามคับขัน
บางทีเราก็ทำอะไรได้มากกว่าทีคิด ไม่มีเวลาจะให้มัวกลัว
และการตอบคำถามไม่ได้บ้างมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด หรือน่าเสียใจ
เพียงแต่ทำให้รู้ว่าจะต้องพัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นยังไงบ้าง...
แก้ไขยังไง...
พอได้สัมผัสได้รู้สึกถึงความเป็นวิชาชีพ มีภาระหน้าที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
มีสิ่งที่ต้องพยายามพัฒนา และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้นแม้จะไม่การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน...
แต่มันก็รู้สึกว่าชีวิตกำลังก้าวไป ไม่หยุดนิ่งเหมือนที่ผ่านมา
ความฟุ้งซ่านที่เคยมีมันก็หดหาย จางลงไปเอง...

เรื่องราววันวานบางอย่างที่เป็นต้นเหตุของความฟุ้งซ่าน
เมื่อได้วางความฟุ้งซ่านลงกลับรู้สึกอบอุ่น (ทุ้มอยู่ในใจ) แม้ว่าจะสัมผัสมันไม่ได้อีก...
ชีวิตหยุดนิ่งไม่ได้ มันไม่เคยหยุดนิ่งอยู่แล้ว
ถ้าหากว่าไม่ได้เจอบางสิ่งก็คงไม่ได้อะไรหลายๆอย่าง แม้ว่าบางเวลาสิ่งที่เจอจะนำความเสียใจมาให้
ถ้าชีวิตราบเรียบ บางช่วงเวลาคงเงียบเหงาเกินไป
และตอนท้ายก็คงไม่ได้ฝึกตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นอีกนิดอย่างวันนี้
และอันที่จริงมิตรภาพมันไม่ได้หายไปไหน
ถ้าเราจะรู้สึกว่ามันหายไปก็เพราะว่าเราเองพยายามจะจับต้องมันไว้ให้ใกล้ให้อยู่ติดกับเรา
ทั้งที่มันอยู่ในระยะที่พอดีของมันอยู่แล้ว...
เราคิดว่าเรารู้ เราเข้าใจ มากขึ้นแล้วล่ะ
กับการพยายามก้าวในจังหวะก้าวของตัวเอง
หาจุดยืนของตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองต่อไป
เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ที่ไม่ต้องเหนื่อยที่จะพยายามก้าวให้พร้อมกับใคร
เพราะว่าเราเองยังหาจุดที่พอดีของตัวเราไม่ได้อยู่เลย
และก็มีความสุขพอดีแล้วที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองทีละนิด
ไม่ต้องคาดหวังอะไรจากใคร...

Comment

Comment:

Tweet

cry เป็นนักศึกษาพยาบาลค่ะเข้ามาอ่านแล้ว รู้สึกว่ามีกำลังใจค่ะพี่ หมอก็เรียนหนักอยู่แล้ว จบออกไปก็ทำงานร่วมกับพยาบาล ซึ่งก็เรียนหนักเหมือนกัน ชีวิตผู้ป่วยอยู่ในมือพวกเราแล้วสู้ๆค่่ะ

#6 By ป่าน (61.7.221.146) on 2013-10-06 01:45

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...
เป็นกำลังใจให้ในก้าวต่อไปค่ะ...

big smile
ไม่ทันไรขึ้นปี 4 ซะแล้ว big smile
พยายามเข้าเน้อ

#4 By sky -_- on 2011-05-16 01:34

เป็นกำลังใจให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ครับ (ให้ตัวเองด้วยเหมือนกัน ee)

แอบส่องจาก entry เก่าๆ อยู่ SI สินะครับ
ผมอยู่ CU ชื่อเซฟ เป็นเพื่อนสนิทไอซ์ (ดวงกมล) น่าจะรู้จักกันมั้ง เห็นว่าอยู่ radio เหมือนกัน?

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ

#3 By save'' safe'' on 2011-05-16 00:39

big smile

#2 By on 2011-05-15 22:38

สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะsurprised smile

ลายปากกา