...ในที่สุดฉันก็ได้หนังสือของคุณ 'ฮารูกิ มูราคามิ' มาไว้ในครอบครองหนึ่งเล่ม
การเจอะเจอกับหนังสือเล่มนี้...เป็นความบังเอิญ
ความบังเอิญที่เป็นอีกหนึ่งหลักฐานของความเชื่อส่วนตัวบางประการของฉัน
ความเชื่อหรือทฤษฎีส่วนตัวก็ไม่รู้
มันมีอยู่ว่า...
ของบางอย่าง...(เช่นเดียวกับคนบางคน)
ยิ่งเราพยายามไขว่คว้าตามหาเท่าไร มันก็ยิ่งไม่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าง่ายๆ
แต่หากเราปล่อยสิ่งนั้นไป โดยที่ลึกๆยังนึกหวนหามันอยู่...
เมื่อถึงเวลาที่มันจะปรากฏตัวขึ้น
มันก็ปรากฏตัวตรงหน้าอย่างที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงทำอะไรเลย
หลายปรากฏการณ์ในชีวิตของฉันเป็นหลักฐานสนับสนุนที่ดีต่อทฤษฎีนี้...
มันอาจเป็นทฤษฎีที่เป็นจริงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่ฉันจัดรูปจัดร่างให้ดูดีเพื่ออะไรจะง่ายเข้าไว้
เพื่อทำให้มันดูเหมือนเป็นความบังเอิญ คล้ายมีแรงดูด/ผลักบางอย่างให้เป็นไป

ทว่าแท้จริง...มันดูจะเป็นไปได้ทีเดียวที่จะอธิบายอย่างมีเหตุผล...
ทุกสิ่งปรากฏตัวขึ้นและหายไปในชีวิตคนเรา ตามจังหวะเวลาที่เหมาะสมของมันอยู่แล้ว
หากแต่เป็นเวลาที่เราไม่อาจคาดเดาได้สักเท่าไร...ว่าเป็นเมื่อไร ทั้งการปรากฏตัวขึ้น และการหายตัวไป...
ในจังหวะหนึ่งเราพยายามอย่างมากที่จะ 'ตามหา' บางสิ่งที่หายสาบสูญไปไร้ร่องรอย
ถ้าสิ่งนั้นสำคัญมาก เราอาจรู้สึกเหมือนแทบพลิกแผ่นดินหา จนเมื่อหาไม่เจอก็หมดแรงท้อใจมาก
หากสำคัญน้อย...ก็อาจใช้เวลาทำใจไม่นาน...เฉยและชินไปในที่สุด
จนตัดใจได้... เราก็ดำเนินชีวิตได้ต่อไปจนเกือบจะลืมสิ่งนั้นไป
และบางครั้งบางครา...จังหวะที่ชีวิตเรากำลังดำเนินไปด้วยดี โดยปราศจากสิ่งนั้น
สิ่งนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง...ไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีฟ้าฝนบอกเหตุ
หรือมันอาจจะไม่ปรากฏตัวอีกเลยก็เป็นได้...
โดยสิริรวม ถ้าให้เข้าใจง่ายที่สุด... อาการใจจดใจจ่อรอคอย ตามหาบางสิ่ง
อาจทำให้ดูเหมือนมันไม่มีที่สิ้นสุด และไม่อาจมีวันพบเจอ
ทั้งที่จริงมันอาจมีสักจังหวะเวลาที่สิ่งนั้นจะกลับคืนมา...หรือไม่กลับคืนมา
เราแค่ไม่รู้ว่าเป็นเมื่อไร แต่คงเปล่าประโยชน์จะมัวทุกข์ใจ ฟุ้งฝันถึงสิ่งนั้น...
ในจังหวะเวลาที่สิ่งนั้นไม่ได้อยู่ในสำนึกรู้ปัจจุบันแล้ว...
ใช้เวลากับนาทีที่มีอยู่ตรงหน้าชีวิตก็ดำเนินไปได้ของมัน
ซึ่งแน่นอนบางครั้งก็เป็นเรื่องยากแสนยากที่จะทำให้ได้...
เหมือนจะเขียนอ้อมโลกไปไกล...

เอาเป็นว่า...กลับเข้าเรื่องหนังสือเล่มนี้
เราเจอกันในเช้าวันหนึ่งที่ฉันไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือแถวบ้าน
ลองเดินเล่นดูเผื่อว่าจะเจอหนังสือของคุณฮารูกิสักเล่ม
ที่เล็งเอาไว้ คือเล่มที่เป็น นิยาย ไม่ใช่รวมเรื่องสั้นอย่าง ปีศาจแห่งเล็กซิงตัน หรือ เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน....
แน่นอนว่าเล่มเป้าหมายเล่มหนึ่งต้องเป็น "ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย" หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Norwegian Woods นวนิยายเล่มหนาที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์...เป็นที่รู้จักวงกว้าง
แต่ก็มีอีกเล่มหนึ่งที่รู้สึกอยากอ่านมาก คือ "การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" หลังจากได้อ่านคำโปรย และคำนำ แนะนำหนังสือบางส่วน...
ที่มุมหนังสือมุมหนึ่ง.. มีเด็กชายวัยรุ่นนั่งท่าขัดสมาธิอยู่บนทางเดินก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไม่สนใจใคร...
ฉันแทรกตัวเข้าไปบริเวณใกล้ๆกันนั้น...กวาดสายตาไล่เรียงตามสันหนังสือต่างๆ
บนแผงหนังสือที่มีหนังสือหลากเล่มหลากสำนักพิมพ์
จัดวางไว้อย่างไม่เป็นระบบระเบียบนัก แต่ก็ไม่ถึงกับสับสนปนเปกันไปทั้งหมด
ที่พบ...จำนวนมากเป็นของสำนักพิมพ์ a book หลายเล่มดูน่าสนใจ
แต่ก็ไม่ได้เป็นเป้าหมายสำคัญของฉัน
ฉันประหลาดใจเล็กๆที่ร้านหนังสือแห่งนี้มีหนังสือหลากหลายมากกว่าร้านที่ใกล้บ้านฉันกว่านี้มาก
เท่าที่กวาดตาดูอยู่พักหนึ่ง ...ไม่พบวี่แววหนังสือของคุณฮารูกิ
ฉันจึงเดินไปดูหนังสือมุมอื่นๆ...แล้วสุดท้ายก็เดินวนกลับมาอีก
ด้วยความที่มุมนี้ดูมีหนังสือน่าสนใจมากสุด
ฉันไล่เรียงสายตาตัวเองลงบนสันหนังสือต่างๆบนชั้นอีกครั้ง
ก็ยังไม่พบ...
แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย
จนตอนที่ฉันกำลังจะผละจากแผงหนังสือมา
ก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางนอนซ้อนอยู่บนหนังสือเล่มอื่นที่วางตัวเรียงกันในแนวตั้ง
เป็นการจัดเรียงที่ผิดธรรมดา เหมือนกับมีใครหยิบมาดูแล้ววางมันลงอย่างลวกๆ
สันหนังสือสีม่วง ...นึกถึงสำนักพิมพ์กำมะหยี่ที่ตามหา...
อ่านข้อความที่ปรากฏบนสันหนังสือดู...
"การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" !
นี่ไง...บทมันจะปรากฏตัวมันก็ปรากฏตัวขึ้นทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตามหา!
และถูกวางอยู่อย่างกับเป็นหนังสือที่ไม่มีใครสนใจ หรือรับมาไว้ที่ร้านอยู่ไม่กี่เล่ม...
แต่เราก็ยังเหลือบไปเห็นได้ก่อนเดินออกมา...
"...การสูญหายไปเงียบงันโดยดูคล้ายไร้เหตุผล
ไม่ใช่เพียงสารัตถะของเรื่องเล่าของมูราคามิเท่านั้น
แต่ที่แท้ยังเป็นสารัตถะสำคัญของการมีชีวิตอยู่อีกด้วย
สารัตถะที่ว่า คือการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความไร้สารัตถะอันยิ่งใหญ่ที่คลุมครอบเราอยู่
เฉกเช่นเงามืดอันลึกล้ำของจักรวาลที่เราไม่อาจเข้าใจ
การสูญหายไร้เหตุผลตลอดกาล ย่อมไม่ก่อเกิดเรื่องเล่าใดๆเพื่อกระตุ้นเตือนให้เรารำลึกถึงการสูญหายนั้น
จนกว่าจะเกิดการปรากฏตัวของบางสิ่ง เพื่อที่จะสูญหายไปและทำให้หัวใจของเราแหว่งวิ่นได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
จึงบางที, นี่อาจเป็นเหตุผลที่หนังสือเล่มนี้ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เพื่อให้เราได้รำลึกถึงการหายไปตลอดกาลของอะไรบางอย่าง
สิ่งซึ่งเมื่อหายไปแล้ว-จะไม่อาจทำให้เรารู้สึกเต็มได้อีกเลย..."
ส่วนหนึ่งของคำนำผู้แปล : คุณโตมร ศุขปรีชา
หนังสือเล่มนี้...
จากต้นจนจบ..
ให้ความรู้สึกหลายอย่าง ที่ค่อยๆเปลี่ยนทิศทางไป
เริ่มเรียบง่ายจริงๆ จนไม่ทำให้หลงรักมากเท่าไร
ทว่า...อ่านไปก็เผลอเอาตัวเองเข้าไปรู้สึกกับตัวละครได้ไม่ยาก
หรือเอามาคิดเปรียบเทียบกับชีวิตและความรู้สึกตัวเอง...จนรู้สึกไปไกล
หลายครั้งแทบจะต้องวางลงไว้ เพื่อตั้งสติให้ดีก่อน...
ปฏิกริยานี้คงไม่เกิดกับนักอ่านได้ทุกคน...
หากแต่...อาจเป็นเพราะมันไปสะกิดรอยแผลส่วนตัวเข้าเล็กน้อย...
...
แล้วโอกาสหน้าจะมารีวิวกันนะคะ!

Comment

Comment:

Tweet

ว้าว....ดีใจที่เจอคนคิดเหมือนกัน การมาเจอของคนบางคน หนังบางเรื่อง หนังสือบางเล่ม เหตุการณ์บางเหตุการณ์ มันช่าง...นะ
มูราคามิ กับ ผม ก็เหมือนกัน...ได้ยินชื่่อเสียงเรียงนามของเขามานาน...แต่ผมก็รอจังหวะทีใช่ในการที่จะได้ทำความรู้จักกับงานของเขา...จนมาเมื่อวานนี้เอง...หนังสือเล่มนี้ กับ ผม เพิ่งได้มีโอกาสมาเจอกัน...ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ^^
โลกกำลังจะบอกอะไรเราเสมอ..เพียงแต่แค่เราต้องใช้ใจฟังโลก ให้ได้ยินว่า...โลกกำลังจะบอกอะไรเรา 

#28 By BookNotBite on 2012-12-05 00:48

อยากให้ได้อ่าน ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย ครับ

ส่วนตัวอ่านทุกเล่มที่แปลเป็นไทยแล้ว
ได้หลายอย่างจากมูราคามิ (ต้องบอกว่าได้ผ่านผู้แปลในดวงใจ นพดล เวชสวัสดิ์ เพิ่มด้วย) แต่สิ่งที่ผมได้รับและระลึกถึงตลอดเวลาคือ ตัวหนังสือของมูราคามิเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมไปตลอดกาล ...

ยินดีต้อนรับสู่โลกของ มูราคามิ ครับ
แวะไปทักทายกันได้ครับ www.my-codename-v.bloggang.com

#6 By Victor (125.24.168.100) on 2011-06-20 17:17

Hot! Hot! Hot! Hot!
ชอบมุราคามิ ชอบข้อความ ชอบเอ็นทรี่นี้ ชอบหนังสือเล่มนี้

มันเป็นความเรียบง่าย ความขัดแย้ง ดูเหมือนธรรมดา แต่ทำให้เศร้ามากๆ

ข้อความที่นำมาเขียนย้ำอีกครั้งก็ตอกย้ำอารมณ์นั้นได้ไม่ต่างกันเลยค่ะ

#5 By mindfulness on 2011-05-30 21:30

ผมก็เคยเป็นนะ

ตามหาหนังสือของโกวเล้งหลายร้านมาเจอเอาร้านเล็กๆใกล้บ้านเสียอย่างงั้นconfused smile
คนเราทุกคนใช้เวลาทั้งชีวิตตามหาอะไรบางอย่าง

big smile
นี่เป็นอีกเล่มหนึ่ง ที่ฉันอังเอิญเจอโดยไม่ได้ตั้งใจ และควักเงินใรกระเป๋าซื้ออย่างตั้งใจ
"การปรากฎตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" คงไม่สะดุดตาต้องใจฉันเท่า วลีที่ว่า "..บางครั้งแค่การมาสู่ของคนหนึ่ง อาจเปลี่ยนแปลงอีกคนไปชั่วชีวิต.."
มันเหมือนเป็นคำจำกัดความที่อธิบาย สิ่งที่คุณพูดว่า
ของบางอย่าง...(เช่นเดียวกับคนบางคน)
ยิ่งเราพยายามไขว่คว้าตามหาเท่าไร มันก็ยิ่งไม่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าง่ายๆ
แต่หากเราปล่อยสิ่งนั้นไป โดยที่ลึกๆยังนึกหวนหามันอยู่...
เมื่อถึงเวลาที่มันจะปรากฏตัวขึ้น มันก็ปรากฏตัวตรงหน้าอย่างที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงทำอะไรเลย


^^,

#2 By ThE BaLL on 2011-05-29 23:45

บางครั้ง ของที่เราตามหาแทบตาย กลับไม่เจอ
แต่พอเราไม่ได้ตั้งใจจะหา มันกลับโผล่มาหาเราเองซะงั้น confused smile
เป็นหนังสือที่น่าอ่านนะคะ big smile big smile surprised smile

#1 By littleffrog on 2011-05-29 21:55

ลายปากกา