ทุกวันมีความหมาย

posted on 02 Aug 2011 21:55 by sandglass-writings in Life
ฟ้ามืดครึ้มลงมาก ฝนทำท่าใกล้จะตกลงมาเต็มที

เป็นจังหวะที่ฉันควรรีบเดินจ้ำกลับหอก่อนฝนจะโปรยตัวลงมา


มันเป็นเพียงวันธรรดาวันหนึ่ง ที่ฉันก็ใช้ชีวิตไปตามปกติ

ตื่นหกโมงเช้า ออกไปเรียนบนหอผู้ป่วยนรีเวชเจ็ดโมง

ช่วงเช้าเรียนกลุ่มย่อยบ้าง กลุ่มใหญ่บ้าง เรียนรู้จากอาจารย์และผู้ป่วย

ช่วงบ่ายเรียนเลคเชอร์จนสี่โมงเย็นเลิกเรียนเสร็จก็ไปติดตามดูอาการและพูดคุยกับผู้ป่วยที่รับ

...และวันนี้...ต้องเดินกลับหอคนเดียว...


นับเป็นวันที่ตารางแน่น เทียบกับบางวันที่เบากว่านี้มาก

แบบที่เริ่มเรียนแปด/เก้าโมงเช้า และเป็นช่วงที่ไม่มีผู้ป่วยที่ต้องรับดูแล แต่นี่ก็ยังไม่ถือว่าเลวร้าย

เพราะตอนอยู่ศัลยศาสตร์มีเวลาว่างน้อยกว่านี้ชัดเจน

 

วันนี้จัดเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง...

แม้ว่าฟ้าจะครึ้ม อึมครึมไปสักนิด...ซึ่งปกติฉันไม่ค่อยชอบวันแบบนี้เท่าไร

แม้ว่าฉันจะรู้สึกกดดันเล็กน้อยเมื่อตอนเช้าที่ตอบคำถามอาจารย์ได้ไม่ดี

แม้ว่าจะยังรู้สึกแทบทุกวันว่าการตื่นขึ้นมาตอนหกโมงแล้วลุกจากเตียงเลยมันเป็นสิ่งที่แสนยากลำบาก

และกว่าจะสิ้นสุดวันก็เย็นแล้ว เมื่อเริ่มต้องรับผิดชอบดูแลผู้ป่วย(แค่)รายสองราย

และหนำซ้ำ ฉันก็คิดถึงการเรียนศัลยศาสตร์ที่มีอะไรหลากหลายกว่า

อาจเพราะศัลยศาสตร์เป็นวอร์ดเมเจอร์แรกที่ฉันขึ้น


...แม้จะด้วยหลายๆอย่างเหล่านั้น ฉันกลับรู้สึกวันนี้เป็นหนึ่งวันธรรมดาที่มีความหมาย...

ไม่ใช่วันที่มีความสุขล้น

แต่ก็ไม่ใช่วันที่หม่นหมอง

แถมรู้สึกว่ามันเป็นอีกวันหนึ่งที่ถูกเติมเต็ม


บางความผิดพลาดเล็กๆ  บางความไม่สมบูรณ์แบบ

เดี๋ยวนี้ฉันเข้าใจดียิ่งขึ้นว่ามันเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เสมอ

และนั่นมันทำให้เรารู้จุดบกพร่อง ทำให้เราพร้อมจะเปลี่ยนแปลง

ที่สำคัญมันทำให้เรา "ไม่ประมาท" หลงติดกับความราบรื่นของชีวิตเกินไป


การที่ฉันมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังทำอะไรบางอย่าง เพื่อใครบางคน

สิ่งที่เราได้มีโอกาสทำในวันนี้ เป็นโอกาสที่ดี แม้จะเป็นเพียงบทบาทเล็กๆ

แต่วันข้างหน้า เราย่อมได้ทำประโยชน์ต่อชีวิตอื่นๆอย่างเต็มตัว

แค่วันนี้ การได้พูดคุยกับผู้ป่วยก็ย้ำเตือนให้เรารู้ตัวมากขึ้น

ว่าเราเป็นความคาดหวัง เราเป็นความไว้ใจ เป็นที่พึ่ง

ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาว และคำเรียกว่า "หมอ"


เวลาที่ใช้เล็กๆกับผู้ป่วย แลกมาด้วยแรงใจและบทเรียนที่ดี

ที่จะย้ำเตือนถึงสิ่งทีรอเราอยู่ข้างหน้าและสิ่งที่เราควรรู้ ควรทำให้เป็น และควรเป็น...

เป็นความเหนื่อยไม่มากมายหลังเลิกเรียนที่เต็มใจรับ


ยิ่งรู้สึกแบบนี้...ก็ยิ่งเข้าใจมากมากยิ่งขึ้น

ว่าคนเราไม่ควรจะเสียเวลาให้กับเรื่องที่ทำให้จิตใจหม่นหมอง

ไม่ว่าจะเจออะไรมากระทบใจ จะมีใครมาทำไม่ดีกับเราทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ

หรือบางเรื่องจะเป็นเรื่องในอดีตที่คอยตามรบกวนจิตใจไม่ลบไปง่ายๆ

เราก็ไม่มีเวลาจะเสียไปให้กับการย้ำคิดในสิ่งเหล่านั้นนานเกินไป

รู้สึกได้ คิดได้ แต่คงไม่เหมาะจะเสียเวลาด้วยนาน


ยี่สิบปีกว่าได้ผ่านมาแล้วเหมือนความฝัน

อีกห้าปีหรือสิบปีก็ดูไม่ไกลเกินเอื้อมเท่าไร

เวลาแต่ละวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว...

แต่จะกลัวเวลาเดินเร็วไปล่วงหน้าก็เป็นความรู้สึกที่ไม่ควรอีก

ฉันรู้แต่ว่า...แต่ละวันที่มีอยู่มีความหมายซ่อนอยู่ในทุกวันไม่มากก็น้อย

ถ้าเรารู้ที่จะเก็บเกี่ยวในสิ่งที่ควรเก็บมาบอกมาสอนตัวเอง

หรือเก็บมาตีค่าให้กับวันนั้นๆ...


และอีกหนึ่งสิ่งที่ได้เข้าใจคือ...ไม่ว่าบทบาทของตัวเองในแต่ละวันจะเล็กจะใหญ่แค่ไหน

ถ้ามันเป็นบทบาทหน้าที่ มันก็มีความหมายต่อคนที่เราไปเกี่ยวข้องด้วยซึ่งการที่เราได้ทำอะไรบางอย่าง...

มันทำให้วันนั้นมีความหมายขึ้นมาจริงๆ




เข้ามาถึงหอไม่นานฝนก็ตก...
รู้สึกได้ถึงไอเย็นและกลิ่นโรแมนติกๆของฝนผ่านทางหน้าต่างชั้นสิบสาม
มองออกไปจากมุมนี้  รู้สึกผ่อนคลายจากวันฟ้าครึ้มดีเหมือนกัน


 

Comment

Comment:

Tweet

ทุกวันธรรมดาที่เรามองให้มันพิเศษ มันจะมีความหมายขึ้นในความคิดของเราครับ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านเรื่องของผมนะครับ ^^

โบ๊ทครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

#5 By BoatmasterZZZ on 2011-08-27 21:13

ลองให้ชีวิตมีแค่สองทางเลือกดูสิครับ
open-mounthed smile

#4 By แทณนี่แหละ on 2011-08-22 16:41

ไม่ประมาท คือสิ่งสำคัญของชีวิตbig smile
ทุกวันมีความหมายจริงๆนั่นแหละ
confused smile confused smile confused smile

#1 By Nirankas on 2011-08-20 22:58

ลายปากกา