วันเดือนปีเหมือนสายลม...

posted on 29 Oct 2011 15:09 by sandglass-writings in Diary
อยู่ๆก็ได้กลับมาที่บ้านต่างจังหวัดอย่างไม่ทันตั้งตัว
ด้วยสถานการณ์ "ปลาวาฬ" บุกล้อมเขตบางกอกน้อยจนสถาบันของฉันต้องยอมแพ้ทั้งที่พยายามต้านไว้สุดกำลัง
ฉันเพิ่งจะอำลาวอร์ดอายุรศาสตร์และขึ้นไปทักทายเด็กน้อยได้ไม่ถึงวันเท่านั้น...
ก็ปรากฏว่าคณะประกาศหยุด(เป็นคณะสุดท้าย) เตรียมรับมือกับ "ความเป็นไปได้" ที่น้ำจะเข้ามา
 
...กลับมาบ้าน...
พบว่าจังหวะชีวิตที่นี่ผิดไปจากช่วงชีวิตที่ผ่านมามาก...
และยังจะต่างไปจากชีวิตความเป็นไปของผู้คนในกรุงเทพฯตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
ได้ก้าวเดินช้าๆ ได้ตื่นสายๆ
ได้นั่งฟังเสียงสายลมโบกพัดเต็มสองหู
ได้ยินเสียงนกร้องตลอดวัน
ได้ยินเสียงกรุ๋งกริ๋งของโมไบล์ที่ห้อยหน้าบ้าน
อยู่ๆก็เหมือนกับได้มาพักผ่อน หายใจสูดอากาศได้เต็มปอด
 
อันที่จริง...ก็อยากมีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนในตอนนี้
อยากไปออกหน่วยช่วยผู้คนที่บาดเจ็บ
อยากพอจะทำอะไรได้บ้าง
แต่ว่าก็ถูกเรียกตัวกลับมาบ้าน เพราะที่บ้านเป็นห่วง
และไม่ได้กลับมาบ้านนานแล้ว ก็เลยตัดสินใจไม่ยากที่จะกลับมา
และเมื่อพาตัวออกมาแล้ว ก็เหมือนแยกตัวออกมาไกล
เลยได้แต่เอาใจช่วยให้น้ำลดไวๆ ให้สถานการณ์เลวร้ายนี่คลี่คลายเร็วๆเท่านั้น
...
 
วันเกิดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเป็นวันเกิดครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้อยู่กับครอบครัว
เป็นวันธรรมดาที่รู้สึกอบอุ่นดี...
ตื่นเช้ามาเจอน้องสาวอวยพรวันเกิดเรียบง่าย เหมือนเพื่อนกัน ไม่พิเศษอะไร...
กลางวันได้รับคำอวยพรจากพ่อแม่ เริ่มจากที่พ่อตั้งใจมาพูดอวยพรให้
ได้ข้อความในมือถือจากคนสำคัญๆ
และข้อความในเฟซบุ๊คที่ล้นหลาม (เป็นธรรมดาแต่ก็ดีใจ)
ยามเย็นได้ไปกินอาหารดีๆที่ร้านหนึ่ง ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว
บรรยากาศดีมากๆ และตอนนั้นคนน้อย ตบท้ายด้วยเค้กอร่อยๆ
เป็นร้านที่เราแนะนำพ่อแม่เอง และพ่อแม่ก็ประทับใจร้านนี้มาก
บรรยากาศที่ร้านเหมาะกับคู่หรือคนมาขอแต่งงานแฟนที่นี่ได้เลย
(จินตนการไกล)
เป็นวันที่มีความสุขวันหนึ่ง
แม้จะไม่ได้ยินข่าวคราวจากคนที่แอบรอสักคำอวยพรสั้นๆอยู่เลยก็ตาม
 
...
ผ่านวันเวลาหลายปี...
ถึงวันนี้ อายุเท่านี้ ทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมาก
รู้สึกเสียดายบางเวลาที่ผ่านพ้นไปแล้ว
รู้สึกกลัวเวลาจะผ่านพ้นไปไวเกินกว่าฉันจะได้ทำในสิ่งที่ควรทำ
และมีเวลาให้กับตัวเอง ได้หายใจช้าๆ เติมความสุขเล็กๆในแต่ละวัน
ฉันเกิดคำถามกับตัวเองหลายอย่างขึ้นมา...
และอยากที่จะตั้งทิศทางตัวเองให้ดีอีกครั้ง
เพื่อที่จะใช้วันเวลากับทั้งความมีสาระและการพักผ่อนได้อย่างสมดุลย์ที่สุด

ฉันไม่แน่ใจนักว่าฉันได้ทำอะไรๆเพียงพอกับอายุที่มากเท่านี้หรือเปล่า...
แต่ฉันก็คิดว่า 1-2 ปีที่ผ่านมาฉันได้ค้บพบตัวเองมากขึ้นทุกวัน
ฉันได้ทำในหลายสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ ฉันมีเป้าหมายมากขึ้น ฉันมีความสุขมากขึ้น
แต่ขณะเดียวกันหลายๆอย่างทำให้อุดมการณ์อันแรงกล้าของฉันลดลงไป
ส่วนหนึ่งอาจเพราะความเหนื่อยล้าจากหลายๆอย่าง
อีกส่วนหนึ่งอาจเพราะหน้าที่ที่ฉันต้องทำ มันเป็นสิ่งที่มีความหมายอยู่ในตัวโดยไม่ต้องมีอุดมการณ์ใดๆ

บางครั้งฉันรู้สึกตัวเองเดินถอยกลับไปที่เก่า กับอะไรเดิมๆ กับความรู้สึกเดิมๆ
กับหลายๆอย่างที่มันดึงรั้งเอาไว้...
จนฉันรู้สึกสั่นคลอน ไม่มั่นคงพอ
ฉันรู้สึกถูกอดีตเหนี่ยวรั้งไว้ตลอดเวลา...
แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าฉันชินชา ชินชาต่อทุกอย่าง และไม่คาดหวังใดๆจากใครอีกต่อไป...
และฉันก็ได้พบผู้คนดีๆมากขึ้น ได้รู้จักคนมากมาย
แม้ว่าทุกคนจะผ่านมาพบและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะเส้นทางที่ฉันเดิน...
 
แต่บางทีฉันก็พอใจกับการพบกันเพียงชั่วคราว...
เก็บสิ่งดีๆระยะสั้นไว้ให้รู้สึกดี...ก็พอ...
 
เหตุการณ์ต่างๆบนโลกใบนี้
บวกกับอายุที่มากขึ้นของฉัน
ย้ำเตือนตัวฉันเองว่า...
ฉันควรมีสติที่จะเป็นผู้ใหญ่ให้มากพอ
ไม่เรียกร้องและต้องการใดๆจากใคร
มองโลกในแง่บวกให้มาก และหัดเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
กับความไม่ยุติธรรมไม่ถูกต้องของผู้คนที่ฉันไปเกี่ยวข้อง

ฉันควรลืมสิ่งที่ควรลืม หรือนึกถึงมันให้น้อยที่สุด
โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยแคร์ฉันอย่างแท้จริงเลย
ไม่ว่าวันวานเคยเป็นอย่างไร มันก็คือภาพลวงตา
นานกี่วันกี่เดือนแล้วที่ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเค้าไม่ถูกบันทึกใหม่...
 
ฉันควรทำหน้าที่ตัวเองให้ดี
และไม่ลืมเก็บความสุขในแต่ละวันให้เต็มที่
ดูแลตัวเองให้มากขึ้น รักษาสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้น
ฉันควรเติมเต็มตัวเองให้มากขึ้น
เพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ทำได้ทั้งเพื่อคนอื่นและตัวเองอย่างสมดุล
ฉันจะพยายาม...
เพราะ วันเดือนปี มันเหมือนสายลมที่พัดผ่านไปไวเหลือเกิน

Comment

Comment:

Tweet

ลายปากกา