จากการขึ้นปฏิบัติงานบนวอร์ดอายุรศาสตร์ (Internal Medicine)เป็นเวลา 6 สัปดาห์
ฉันได้เรียนรู้และซึมซับสิ่งใหม่หลายอย่าง...
เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยมากในเกือบทุกวัน
บางครั้งก็มีเรื่องให้รู้สึกท้อใจจนมึนตึง
รู้สึกอยากหาหลักพักพิง แต่ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน
แต่ในบางครั้งก็พบกับเรื่องราวดีๆที่สร้างกำลังใจได้ดี
ได้พบความจริงด้วยตัวเองว่า ความเหนื่อยกาย มันไม่ใช่ปัญหาหนักอะไร
แต่ความเหนื่อยทางจิตใจต่างหากที่มันทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก
 
ก่อนจะขึ้นวอร์ด...
ฉันรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึกๆ...
...ถึงเวลาของฉันบ้างแล้วหรือเนี่ย?...
กับชีวิตที่จะต้องใช้เวลาส่วนมากอยู่บนวอร์ด
ได้พักผ่อนน้อยลง...
วอร์ดที่ได้เป็นส่วนร่วมของทีมแพทย์มากขึ้นกว่าวอร์ดอื่นๆ
ได้คลุกคลีและดูแลผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังอย่างใกล้ชิด
ต้องปรับตัวกับการเจอผู้คนมากมาย ทั้งอาจารย์ที่พร้อมจะทดสอบความรู้ของฉันได้ทุกเมื่อ
เพื่อนและรุ่นพี่, ทีมงานวิชาชีพอื่น , ผู้ป่วย และ ญาติผู้ป่วย
แต่คนอื่นเค้าผ่านกันมาแล้ว เค้าทำได้ฉันก็ต้องทำได้
จะเจออะไรก็ต้องเจอ...
 
ช่วง 2 อาทิตย์แรก
ฉันมีความตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ
ทั้งการตามแล็บ หยิบชาร์ตผู้ป่วย เจาะน้ำตาล เจาะเลือด ฯลฯ
ฉันตั้งใจจะทำให้ดีทีเดียว...

ฉันได้รับผู้ป่วยส่วนหนึ่งไว้ในความดูแล....
จากที่ทีแรกฉันก็ยังเริ่มต้นไม่ค่อยถูก...
ผู้ป่วยคนหนึ่งมีคนดูแลหลายคน ตั้งแต่หมอเล็กอย่างฉันมียังไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจใดๆ
ไปจนถึงหมอรุ่นพี่ และหมอใหญ่แพทย์ประจำบ้าน ที่ร่วมกันตัดสินใจ
และมีอาจารย์คอยมาสอน ให้คำแนะนำต่างๆ...
...แต่พอเริ่มได้คุยกับญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าคนป่วยทุกวัน
ได้รับรู้ชีวิตทีแตกต่างออกไปจากฉัน
ก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใกล้ชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น
ชีวิตคนไข้ของฉันเป็นเหมือนตัวแทนของประชาชนไทยจำนวนมากจริงๆ
คุณป้าภรรยาของคนไข้บอกฉันว่า
"ฝากด้วยนะหมอ มีอะไรป้าก็จะคอยถามหมอนี่แหละนะ"
ฉันจึงพยายามคอยติดตามดูในทุกๆอย่างเกี่ยวกับคนไข้ของฉัน
และคอยไปให้ข้อมูลกับญาติคนไข้ที่เค้าตั้งใจรับฟัง
และให้ความร่วมมืออย่างดี
ญาติคนไข้ให้ความร่วมมืออย่างดี
ไม่ตามใจคนไข้ เคร่งครัดในเรื่องอาหาร
รักษาความสะอาดอย่างดี ใช้เจลล้างมือบ่อยๆ
ฉันรู้สึกดี และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเต็มที่
นี่เป็นเคสผู้ป่วยแรกรับเคสแรกที่ฉันได้รับไว้ในความดูแลบนวอร์ดนี้
 
ช่วง1-2 อาทิตย์แรกนี้...บางวันรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรก็ช้า ผิดๆพลาดๆในบางวัน
และยังต้องปรับตัวกับเพื่อนและพี่ที่ร่วมงานด้วยกัน
รู้สึกว่าการจะทำให้ตรงใจ ตรงความต้องการของแต่ละคนเป็นสิ่งที่ยาก
และฉันก็พยายาม และฉันก็หวังดีกับทุกคน
แต่จะท้อใจเอามากๆก็ตอนที่แต่ละคนเหมือนไม่รู้เลยว่าฉันหวังดี
หรือพยายามทำให้ดีมากแล้ว กลับทำเหมือนไม่แคร์ความรู้สึก
ไม่รู้สึกถึง "มิตรภาพ" ที่ฉันเคยคิดว่าฉันจะได้หรือมีอยู่...
 
ช่วงอาทิตย์ที่ 3-4
ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยคล่องตัวเท่าที่คิดว่าควรจะเป็นได้แล้ว
ฉันยังรู้สึกเหนื่อยเอาง่ายๆ...
รุ่นพี่ที่ร่วมงานเปลี่ยนหน้าไป
ต้องปรับตัวใหม่ และบางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าเวรกรรมอะไรของฉัน
ที่จะต้องเจอกับความเข้าใจผิดบางอย่าง
หรืออาจไม่ได้เข้าใจผิด แต่บางคนก็ไม่คิดที่จะเข้าใจคนอื่น
เพราะฉันพยายามทำให้ตรงใจทุกคนอยู่ตลอด
ฉันไม่เคยที่จะไม่ใส่ใจ...แต่กลับดูเหมือนว่าบางคนจะไม่รู้เลย
ฉันเลยเหนื่อยเลยท้ออยู่บ้าง อยากให้ผ่านพ้นไปสักที
และเมื่อเพื่อนทุกคนเหนื่อยด้วยกัน
ฉันก็รู้สึกว่าฉันต้องต่อสู้กับความอ่อนล้าที่เกิดขึ้นในใจให้ได้ด้วยตัวเอง
 
...ฉันได้รับผู้ป่วยไว้ในความดูแลเพิ่มขึ้น
ยอมรับเลยว่า...
ในความอ่อนล้า... ฉันได้กำลังใจดีๆมาเติมเต็มจากผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยหลายคน
ทำให้ฉันอุ่นใจ และรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง
ฉันไม่เคยบ่นอะไรให้คนไข้ฟัง และไม่เคยเรียกร้องกำลังใจจากพวกเค้า
แต่ที่ฉันได้รับต่างๆ ที่ฉันเรียกว่ามันเป็น "กำลังใจที่ดี"
ทั้งคำขอบคุณ ทั้งที่ฉันได้ทำอะไรเพียงเล็กน้อย เช่น การเจาะเลือด
หรือการแวะทักทายและถามไถ่กับญาติผู้ป่วย การตอบคำถามให้ข้อมูลเล็กๆน้อยๆ
ทั้งการถามไถ่
"คุณหมอกินข้าวหรือยังคะ?"
"คุณหมอยังไม่ลงอีกเหรอคะ? ขยันจัง"
หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าญาติคนไข้ฝากความหวังเอาไว้...
เวลาที่คนไข้รู้ว่าวันนี้ฉันอยู่เวร แล้วเหมือนญาติคนไข้จะดีใจ
ฉันยอมรับเลยว่าฉันยังแทบไม่มีบทบาทในการรักษาผู้ป่วย
และไม่คาดหวังว่าสิ่งต่างๆจะต้องเป็นคำว่าขอบคุณ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่
ทำให้ใจฉันพองโต และมีรอยยิ้มได้อย่างดี
 
ช่วงท้ายก่อนลงจากวอร์ด
ก็เกิดความความเหน็ดเหนื่อยทางกายสะสม
แต่กลับเป็นช่วงที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าปรับตัวได้มากขึ้นแล้ว
ฉันได้เจอรุ่นพี่หน้าใหม่อีกกลุ่ม
ได้พบกับพี่บางคนที่ฉันรู้สึกถูกชะตา
พี่ใจดีและใจเย็น คอยสอนหลายอย่าง จังหวะก้าวชีวิตผ่อนเบาลงเล็กน้อย
รู้สึกอุ่นใจและลงตัวขึ้น แต่ก็กลับใกล้ถึงเวลาต้องไปแล้ว...
 
ฉันไม่รู้สึกเศร้ามากมายที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนวอร์ด เพราะไม่ได้ผูกพันกับชีวิตที่นี่มากนัก
แต่ฉันก็รู้สึกว่าได้อะไรมากมายหลายอย่างจากที่นี่ ทั้งเรื่องดีสุดๆ และแย่สุดๆ
ได้ผูกพันกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยบางราย
เกิดความรู้สึกคาดหวังอยากให้เค้าหายดีก่อนฉันจะลงจากวอร์ดนี้
มีบทเรียนหลายอย่างที่นี่จริงๆ
ฉันได้สัมผัสชีวิต "ของจริง" ก็ที่นี่
ซึ่งสอนฉันในสิ่งที่ฉันต้องเจอวันข้างหน้า
กับสถานการณ์ต่างๆและผู้คนหลายแบบ
 
ฉันได้พบมิตรภาพอบอุ่น รอยยิ้มดีๆ บางครั้งบางคนก็ดูบังเอิญๆ
บางครั้งบางคนก็ธรรมดาๆ แต่ก็พบกันเพียงชั่วคราวและถึงเวลาต้องเดินจากมา
ทำให้ฉันเชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีเพื่อนอีกมากมายที่ฉันจะได้พบและพราก
ฉันจึงเข้าใจว่า ฉันควรเตรียมพร้อมกับการไม่ "ยึดติด" และ "ผูกพัน" มากเกินไป
บางอย่างเราทำได้ดีสุดแค่ไหน เท่าที่ทำได้ก็พอแล้ว...
เมื่อหมดเวลาหรือหมดกำลังก็ถึงเวลาต้องส่งมอบให้คนอื่นทำบ้าง..
 
ฉันเองติดนิสัย "คาดหวัง"  คงเพราะเป็นคนช่างจินตนาการและเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์
ฉันพบว่าตัวเองยังคงมีนิสัยนั้นอยู่ทั้งที่ลดมันลงมามากแล้ว
แต่จะพยายามเปลี่ยนแปลงต่อไป...
 
ที่ผ่านมาอาจเพราะฉันจริงจังตั้งใจมากไปกับสิ่งที่ทำ
และพอเหนื่อย พร้อมกับมีอะไรเข้ามากระทบทีละเล็กทีละน้อยไม่เว้นจังหวะ
ฉันเลยอ่อนไหวเอาได้ง่ายๆ
ต่อไปนี้ฉํนจะต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้อึดอัดใจตลอดเวลาให้ได้ดีขึ้น
 
 
การบำรุงใจให้แข็งแรงไว้ อาจจะสำคัญกว่าการมีกายที่แข็งแรง...
ในยามที่ร่างกายอ่อนล้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใจจำเป็นต้องพร้อมจะสู้
เราเลือกที่จะเจอกับสถานการณ์หรือผู้คนต่างๆในแบบที่เราอยากให้เป็นไม่ได้
แต่เป็นตัวเราเองที่ต้องเลือกอาหารสำหรับป้อนใจเราให้ดี...
มองข้ามและปล่อยในสิ่งที่ควรปล่อยไม่ว่าคนที่ทำนั้นเค้าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ...
ก็ในเมื่อเราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว...และแก้ไขอะไรไม่ได้
นอกจากมองสิ่งต่างๆให้ใจเป็นสุขที่สุด
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! big smile
ใจสำคัญกว่าสิ่งใดทั้งหมดจริงๆค่ะ
แต่ใจสู้ซะอย่าง ร่างกายก็จะสู้ตามไปด้วยค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ

#3 By Takoyahoya on 2011-11-07 19:02

อาจจะต้องปล่อยลงวางลงให้มากขึ้น
นี่แค่โดนเข้าใจผิดนะ
ถ้าวันนึงทำผิดทำพลาดขึ้นมาจริงๆ จะไหวมั๊ยน้อ cry

พยายามต่อไปเน้อ keep walking

#2 By sky -_- on 2011-11-05 18:10

เมื่อทำงานไปแล้ว มันก็มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นทั้งนั้นแหละค่า

อยู่ที่เราปรับตัว ปรับใจให้เข้ากับมันได้ไหม หากำลังใจ
เเรงบันดาลใจจากรอบๆตัวได้ไหม

ยังเหลือหลายวอร์ดสินะ สูติ ศัลย ฉุกเฉิน
นึกถึงคุณหมอ อาซาดะ ริวทาโร่
Holding your hand and I walking
through the all of the world

Carry your wish
like the Venus in the dim sky.

#1 By ลอยลมเล่น on 2011-11-02 17:14

ลายปากกา